TOEFL · Speaking · Listen and Repeat

TOEFL Listen and Repeat: รูปแบบ เวลา การให้คะแนน และเทคนิคการฝึกซ้อม

ใน TOEFL Speaking รูปแบบ Listen and Repeat ทดสอบความสามารถในการฟังและพูดซ้ำประโยคได้อย่างแม่นยำ คู่มือนี้รวบรวมทุกสิ่งที่ต้องรู้ ตั้งแต่รูปแบบข้อสอบ เวลาตอบ เกณฑ์การให้คะแนน ประเภทประโยค ไปจนถึงวิธีฝึกซ้อมที่มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับปี 2026

ตรวจสอบโดย LingoLeap Research Team · อัปเดตมีนาคม 2026

จำนวนข้อ7 ประโยค
เวลาตอบ8–12 วินาที
ทักษะที่วัดความแม่นยำในการพูดซ้ำ

คำตอบสั้น ๆ

TOEFL Listen and Repeat คืออะไร?

TOEFL Listen and Repeat คือหนึ่งในสองรูปแบบข้อสอบของ TOEFL Speaking ผู้สอบจะได้ยินประโยคหนึ่งครั้ง แล้วต้องพูดซ้ำให้แม่นยำที่สุดภายในเวลา 8 ถึง 12 วินาที มีทั้งหมด 7 ข้อ และทดสอบความสามารถในการประมวลผลการฟัง ความจำ และความแม่นยำในการพูด

TOEFL Listen and Repeat คืออะไร?

Listen and Repeat คือหนึ่งในสองรูปแบบข้อสอบของ TOEFL Speaking ควบคู่กับรูปแบบ Interview ในข้อสอบประเภทนี้ ผู้สอบจะได้ยินประโยคที่บันทึกเสียงไว้หนึ่งครั้ง แล้วต้องพูดซ้ำประโยคนั้นออกมาดัง ๆ ให้แม่นยำและชัดเจนที่สุดภายในเวลาที่กำหนด

รูปแบบข้อสอบนี้ออกแบบมาเพื่อประเมินความสามารถในการประมวลผลภาษาอังกฤษที่ได้ยิน และพูดซ้ำออกมาด้วยการออกเสียง จังหวะ และความชัดเจนที่ถูกต้อง ต่างจากรูปแบบ Interview ตรงที่ไม่มีคำถามให้ตอบหรือความคิดเห็นให้แสดง ความท้าทายทั้งหมดคือการพูดซ้ำประโยคให้ได้ใกล้เคียงกับต้นฉบับมากที่สุด

ผู้เรียนหลายคนพบว่า Listen and Repeat เป็นเรื่องยาก เพราะต้องประมวลผลเสียงอย่างรวดเร็วภายใต้แรงกดดันด้านเวลา ประโยคจะเล่นเพียงครั้งเดียวโดยไม่มีตัวเลือกฟังซ้ำ ผู้ที่คุ้นเคยกับการอ่านข้อความจึงมักติดขัดกับรูปแบบที่เน้นการฟังล้วน ๆ นอกจากนี้ โครงสร้างประโยคเชิงวิชาการและคำศัพท์ที่ไม่คุ้นเคยยังทำให้การจดจำยากกว่าที่คาดไว้

รูปแบบข้อสอบ TOEFL Listen and Repeat

รูปแบบข้อสอบตรงไปตรงมา แต่ต้องการความแม่นยำในการปฏิบัติ ทุกข้อมีโครงสร้างเหมือนกัน คือเล่นเสียง แล้วเปิดช่วงเวลาตอบทันที

รายละเอียดข้อมูล
จำนวนข้อ7 ข้อ
สิ่งที่ผู้สอบได้ยินประโยคเดียวที่เล่นหนึ่งครั้ง — ไม่มีการเล่นซ้ำ
เวลาตอบข้อ 1–2: 8 วินาที · ข้อ 3–5: 10 วินาที · ข้อ 6–7: 12 วินาที
ทักษะที่วัดความแม่นยำในการพูดซ้ำและความชัดเจนของการพูด
ความท้าทายหลักการจดจำเนื้อหาประโยคภายใต้แรงกดดันด้านเวลา

ขั้นตอนการทำข้อสอบ

การเข้าใจลำดับขั้นตอนที่แน่ชัดจะช่วยให้เตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์สอบจริงได้ดีขึ้น

  1. 1

    เล่นประโยค

    ประโยคที่บันทึกเสียงไว้จะถูกเล่นผ่านหูฟัง โดยเล่นเพียงครั้งเดียว ความยาวของประโยคจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามลำดับข้อ

  2. 2

    ประมวลผลอย่างรวดเร็ว

    ขณะฟัง ต้องจดจำประโยคไว้ในความจำระยะสั้น ระบุคำสำคัญและโครงสร้างไวยากรณ์ และเตรียมตอบ โดยไม่มีเวลาคิดเพิ่มเติมหลังเสียงหยุด

  3. 3

    เปิดช่วงเวลาตอบ

    ทันทีที่เสียงหยุด ช่วงเวลาตอบจะเปิดขึ้น มีเสียงสัญญาณหรือสัญลักษณ์บนหน้าจอแจ้งว่าเริ่มบันทึกเสียงแล้ว

  4. 4

    พูดซ้ำประโยค

    พูดประโยคออกมาอย่างชัดเจนและแม่นยำภายในช่วงเวลาที่กำหนด พยายามให้ตรงกับเนื้อหา การเน้นเสียง และจังหวะของประโยคต้นฉบับให้มากที่สุด

  5. 5

    ช่วงเวลาตอบปิดลง

    คำตอบจะถูกบันทึกโดยอัตโนมัติและข้อถัดไปจะเริ่มขึ้น ไม่สามารถย้อนกลับหรือบันทึกใหม่ได้

เวลาตอบแต่ละข้อ

ข้อช่วงเวลาตอบหมายเหตุ
ข้อ 1–28 วินาทีประโยคสั้น
ข้อ 3–510 วินาทีประโยคความยาวปานกลาง
ข้อ 6–712 วินาทีประโยคยาวที่มีหลายอนุประโยค

ประเภทประโยคที่พบบ่อย

ประโยคใน Listen and Repeat มาจากภาษาอังกฤษเชิงวิชาการและชีวิตประจำวัน การรู้จักรูปแบบประโยคช่วยให้ประมวลผลและจดจำได้เร็วขึ้น

ประโยคข้อเท็จจริงสั้น ๆ

The library closes at nine o'clock on weekdays.

โครงสร้างประธาน-กริยา-กรรมตรง ๆ จดจำได้ง่าย

ประโยคบรรยาย

The new campus building has large windows and an open courtyard.

มีคำคุณศัพท์และวลีบุพบทที่ทำให้ประโยคยาวขึ้น

ประโยคเหตุและผล

Because funding was reduced, the research project was delayed by several months.

อนุประโยคขึ้นต้นด้วย Because ต้องจดจำโครงสร้างทั้งหมด

ประโยคเปรียบเทียบ

Students who studied in groups performed better than those who studied alone.

อนุประโยค relative และคำเปรียบเทียบทำให้ประโยคซับซ้อนขึ้น

ประโยควิชาการยาวที่มีหลายส่วน

The professor explained that the results of the experiment would be published after further analysis was completed.

ปรากฏในข้อท้าย ๆ ทดสอบความจำระยะสั้นในระดับสูงสุด

เกณฑ์การให้คะแนน

ผู้ประเมินจะพิจารณาคำตอบ Listen and Repeat ใน 3 มิติหลัก

1

ความแม่นยำในการพูดซ้ำ

ความใกล้เคียงของคำตอบกับประโยคต้นฉบับ ผู้ประเมินจะสังเกตการตกหล่น การสับเปลี่ยน หรือการเพิ่มคำ การรักษาโครงสร้างไวยากรณ์และคำสำคัญเนื้อหาไว้ให้ครบถ้วนเป็นสิ่งสำคัญมาก

2

ความชัดเจนของการพูด

การพูดที่ฟังเข้าใจได้ชัดเจน การออกเสียงที่บิดเบือนความหมาย เสียงสระที่ผิดเพี้ยนมาก หรือพยัญชนะที่ไม่ชัดเจนจะทำให้คะแนนลดลง แม้จะจำประโยคได้ครบ

3

ความคล่องแคล่วและความสม่ำเสมอในการพูด

การพูดที่ราบรื่นโดยไม่หยุดชะงัก เริ่มใหม่ หรือลังเลมากเกินไป การพูดที่มั่นคงและรักษาจังหวะและการเน้นเสียงระดับประโยคได้ดี แสดงถึงทักษะการพูดที่แข็งแกร่ง

กลยุทธ์ที่ดีที่สุดสำหรับ Listen and Repeat

กลยุทธ์เหล่านี้อ้างอิงจากงานวิจัยการเรียนรู้ภาษาเชิงประจักษ์และพฤติกรรมของผู้สอบที่ได้คะแนนสูง

1

ฟังเป็นกลุ่มคำ ไม่ใช่ทีละคำ

ความจำระยะสั้นไม่สามารถจดจำคำทุกคำได้ทีละคำ ให้จัดกลุ่มประโยคเป็นส่วนที่มีความหมาย เช่น กลุ่มประธาน กลุ่มกริยา กลุ่มกรรม แล้วจดจำทั้งกลุ่มไว้ด้วยกัน

2

จับใจความคำสำคัญก่อน

คำสำคัญเนื้อหา เช่น คำนาม กริยาหลัก คำคุณศัพท์ เป็นตัวพาความหมาย ให้จดจำคำเหล่านี้ไว้ก่อน ส่วนคำไวยากรณ์ เช่น บทนำหน้า บุพบท สามารถประกอบขึ้นมาใหม่ได้เมื่อมีโครงกระดูกเนื้อหาแล้ว

3

รักษาโครงสร้างไวยากรณ์ไว้

อย่าตัดคำเชื่อม บุพบท หรือกริยาช่วยออก ผู้ประเมินสังเกตการขาดหายของคำหน้าที่เหล่านี้ การรักษากรอบไวยากรณ์ของประโยคไว้ช่วยปกป้องคะแนนความแม่นยำ

4

เลียนแบบการเน้นเสียงและจังหวะ

ให้ตรงกับรูปแบบการเน้นเสียงของประโยคต้นฉบับ พยางค์ที่เน้นและจังหวะของประโยคเป็นส่วนหนึ่งของการพูดซ้ำที่ถูกต้อง การพูดแบบเรียบที่ไม่เน้นเสียงจะลดทั้งคะแนนความแม่นยำและความคล่องแคล่ว

5

หลีกเลี่ยงการเริ่มใหม่

หากลืมคำกลางประโยค ให้พูดต่อไป การเริ่มต้นใหม่ตั้งแต่ต้นเสียเวลาและแสดงถึงความไม่คล่องแคล่ว การพูดซ้ำที่เกือบสมบูรณ์แต่ราบรื่นได้คะแนนดีกว่าการเริ่มใหม่ที่สะดุด

6

ให้ความสำคัญกับความชัดเจนมากกว่าความเร็ว

ไม่จำเป็นต้องพูดเร็ว พูดในจังหวะธรรมชาติที่ชัดเจนและพอดีกับช่วงเวลาตอบ การรีบพูดนำไปสู่การออกเสียงที่ไม่ชัดและการตัดท้ายคำ ซึ่งส่งผลเสียต่อคะแนนความชัดเจน

7

ฝึกด้วยการ shadowing

การ shadowing คือการพูดตามผู้พูดทันทีที่ได้ยิน เป็นการเตรียมตัวตรงจุดที่สุดสำหรับรูปแบบข้อสอบนี้ การฝึก shadowing สม่ำเสมอช่วยสร้างเส้นทางประสาทที่เชื่อมระหว่างการฟังและการพูด ซึ่งเป็นสิ่งที่ Listen and Repeat ต้องการ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

การหลีกเลี่ยงรูปแบบเหล่านี้จะช่วยพัฒนาผลการทำ Listen and Repeat ได้ทันที

!

พยายามจำทีละคำ

การประมวลผลทีละคำทำให้ความจำระยะสั้นล้น ประโยคจบลงก่อนที่จะจำได้ครบ การจำเป็นกลุ่มคำมีประสิทธิภาพมากกว่ามาก

!

พูดช้าเกินไป

การพูดช้าเกินไปทำลายจังหวะธรรมชาติของประโยคและอาจทำให้หมดเวลาในข้อที่ยาว ให้พูดในจังหวะปกติ

!

เริ่มพูดใหม่หลังผิดเล็กน้อย

การเริ่มใหม่กินเวลาตอบอันมีค่าและแสดงให้ผู้ประเมินเห็นว่าพูดไม่คล่อง ให้พูดต่อไปแม้มีข้อผิดพลาดเล็กน้อย

!

ตัดคำไวยากรณ์ออก

การละทิ้งบทนำหน้า บุพบท คำเชื่อม และกริยาช่วย ลดคะแนนความแม่นยำ คำเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของประโยคและผู้ประเมินจะตรวจสอบการมีอยู่ของคำเหล่านี้

!

การออกเสียงไม่ชัดหรือบิดเบือน

ความชัดเจนของการพูดเป็นเกณฑ์หลักในการให้คะแนน พยัญชนะที่ไม่ชัด เสียงสระที่ผิดเพี้ยน หรือการพูดที่สะดุดมาก จะลดคะแนนโดยไม่คำนึงว่าจำประโยคได้มากแค่ไหน

วิธีฝึกซ้อมที่ได้ผล

การฝึกซ้อมแบบเจาะจงทุกวันจะสร้างพัฒนาการที่เห็นได้ชัดใน Listen and Repeat ภายในไม่กี่สัปดาห์ นี่คือวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

1

shadowing ทุกวัน

เลือกแหล่งเสียงเชิงวิชาการ เช่น พอดแคสต์ บันทึกการบรรยาย หรือข่าว แล้วฝึก shadowing ตามผู้พูดแบบเรียลไทม์ ตั้งเป้าวันละ 10–15 นาที นี่คือการฝึกที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับการเตรียม Listen and Repeat

2

ฝึกพูดซ้ำประโยคสั้น ๆ

ฝึกพูดซ้ำประโยคที่ยาวขึ้นเรื่อย ๆ เริ่มจากประโยค 6–8 คำ แล้วค่อย ๆ เพิ่มเป็น 15–20 คำ เน้นการประมวลผลเป็นกลุ่มคำแทนการจำทีละคำ

3

บันทึกเสียงตัวเองและฟังทบทวน

บันทึกการพูดซ้ำของตัวเองแล้วเปรียบเทียบกับประโยคต้นฉบับ ระบุว่าตกหล่นคำตรงไหน ไม่ชัดตรงไหน หรือจังหวะขาดตรงไหน การตระหนักรู้ข้อบกพร่องของตัวเองอย่างเจาะจงช่วยเร่งพัฒนาการ

4

ฝึกซ้อมโดยจับเวลา

จำลองช่วงเวลาตอบจริงของ 8, 10 และ 12 วินาที การฝึกภายใต้ข้อจำกัดด้านเวลาช่วยฝึกให้ตอบได้ทันก่อนสอบจริง

5

ฝึกด้วยชุดข้อสอบเสมือนจริง

ฝึกกับชุดข้อสอบที่ตรงกับรูปแบบจริง คือหนึ่งประโยค ฟังหนึ่งครั้ง ตอบหนึ่งครั้ง แพลตฟอร์มที่จำลองหน้าจอสอบจริงและให้ผลประเมินแบบมีคะแนนคือเครื่องมือเตรียมตัวที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

การฝึกซ้อมที่มีประสิทธิภาพสูงสุดผสมผสานการฝึกประจำวันแบบมีโครงสร้างกับชุดข้อสอบเต็มรูปแบบที่จำลองสภาพการสอบจริง LingoLeap มีชุดฝึก Listen and Repeat แบบมีคะแนน พร้อมผลประเมินทันทีด้านความแม่นยำและความชัดเจนของการพูด

พัฒนาทักษะ Listen and Repeat ของคุณ

ฝึกกับข้อสอบ TOEFL Speaking เสมือนจริงและรับผลประเมินทันทีด้านความแม่นยำ ความชัดเจน และการพูด

เริ่มฝึก TOEFL Speaking

คำถามที่พบบ่อย

มีข้อสอบ Listen and Repeat กี่ข้อ?+

มีทั้งหมด 7 ข้อในส่วน TOEFL Speaking ข้อสอบเหล่านี้มีความยาวประโยคต่างกัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นจากช่วงเวลาตอบที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามลำดับข้อ

มีเวลาตอบเท่าไหร่?+

เวลาตอบขึ้นอยู่กับลำดับข้อ ข้อ 1–2 ให้เวลา 8 วินาที ข้อ 3–5 ให้เวลา 10 วินาที และข้อ 6–7 ให้เวลา 12 วินาที ช่วงเวลาที่ยาวขึ้นสอดคล้องกับประโยคที่ยาวและซับซ้อนขึ้นในข้อท้าย ๆ

ได้ยินประโยคกี่ครั้ง?+

ได้ยินแต่ละประโยคเพียงครั้งเดียว ไม่มีตัวเลือกฟังซ้ำ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการฟังแบบตั้งใจและความเร็วในการประมวลผลจึงเป็นทักษะสำคัญมากสำหรับรูปแบบข้อสอบนี้

อะไรสำคัญกว่า: ความแม่นยำสมบูรณ์ หรือการพูดที่ชัดเจน?+

ทั้งสองสำคัญ แต่ความชัดเจนของการพูด หมายถึงการที่คนอื่นฟังเข้าใจได้ชัดเจน เป็นรากฐานหลัก ผู้ประเมินประเมินทั้งความแม่นยำในการพูดซ้ำและความราบรื่นของการพูด การพูดซ้ำที่เกือบสมบูรณ์แต่คล่องแคล่วมักได้คะแนนดีกว่าการพูดที่สะดุดแต่ครบทุกคำ

จะพัฒนา TOEFL Listen and Repeat ได้อย่างไร?+

วิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดคือการฝึก shadowing ทุกวันกับเสียงเชิงวิชาการ ฝึกพูดซ้ำประโยคที่ยาวขึ้นเรื่อย ๆ บันทึกเสียงตัวเองเพื่อระบุปัญหาความชัดเจน และฝึกโดยจับเวลาเพื่อจำลองช่วงเวลาตอบจริง การฝึกอย่างสม่ำเสมอหลายสัปดาห์จะให้พัฒนาการที่เห็นได้ชัดที่สุด

คู่มือที่เกี่ยวข้อง