TOEFL · ส่วน Speaking

TOEFL Speaking 2026: รูปแบบ ข้อสอบ เกณฑ์คะแนน และวิธีฝึก

ส่วน Speaking ของ TOEFL 2026 ประกอบด้วยข้อสอบ 2 ประเภท ได้แก่ Listen and Repeat และ Take an Interview รวม 11 ข้อที่นับคะแนน ใช้เวลาประมาณ 8 นาที คู่มือนี้อธิบายรายละเอียดของแต่ละประเภท เกณฑ์การให้คะแนน ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง และวิธีฝึกให้พูดได้อย่างมั่นใจ

อ้างอิงจากรูปแบบข้อสอบ TOEFL Speaking ปี 2026 อย่างเป็นทางการ · โดยทีม LingoLeap Research Team

ประเภทข้อสอบ

2 ประเภท

เวลาทำข้อสอบ

~8 นาที

จำนวนข้อทั้งหมด

11 ข้อที่นับคะแนน

TOEFL Speaking 2026 คืออะไร?

ส่วน Speaking ของ TOEFL 2026 มีข้อสอบ 11 ข้อที่นับคะแนน แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ Listen and Repeat (7 ข้อ) และ Take an Interview (4 ข้อ) ใช้เวลารวมประมาณ 8 นาที รูปแบบเป็นแบบเรียงลำดับตายตัว ไม่ปรับตามผู้สอบ และวัดทั้งความถูกต้องในการออกเสียงและความสามารถในการสื่อสารด้วยการพูด

ภาพรวม TOEFL Speaking 2026

ส่วน Speaking ของ TOEFL 2026 มีข้อสอบ 2 ประเภทที่วัดทักษะการพูดต่างกัน ได้แก่ ความถูกต้องในระดับประโยค และความคล่องแคล่วในการสนทนา ภายในช่วงเวลาที่กระชับและเน้นเป้าหมายชัดเจน

ประเภทข้อสอบ

2

Listen and Repeat + Take an Interview

ข้อที่นับคะแนน

11

7 ข้อซ้ำประโยค + 4 ข้อสัมภาษณ์

เวลาโดยประมาณ

~8 นาที

รูปแบบเรียงลำดับตายตัว ไม่ปรับระดับ

หัวข้อรายละเอียด
ตำแหน่งในการสอบSpeaking (หนึ่งในสี่ส่วนของ TOEFL)
ประเภทข้อสอบListen and Repeat; Take an Interview
จำนวนข้อที่นับคะแนนทั้งหมด11 ข้อ (7 + 4)
ระยะเวลาโดยประมาณประมาณ 8 นาที
รูปแบบเรียงลำดับตายตัว — ไม่ปรับระดับ
การบันทึกคำตอบพูดตอบและระบบบันทึกเสียงอัตโนมัติ
การให้คะแนนใช้เกณฑ์เฉพาะของแต่ละประเภทข้อสอบ ประเมินโดยระบบ AI

รูปแบบ TOEFL Speaking 2026 โดยย่อ

ข้อสอบ 2 ประเภทในส่วน Speaking ของ TOEFL 2026 วัดทักษะที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ดูตารางเปรียบเทียบได้ด้านล่าง

ประเภทข้อสอบจำนวนข้อเวลาตอบทักษะหลักที่วัดลักษณะของคำตอบที่ดี
Listen and Repeat7 ข้อ8 / 10 / 12 วินาทีความถูกต้องในการออกเสียงและความชัดเจนซ้ำได้ถูกต้อง จังหวะเป็นธรรมชาติ ออกเสียงชัดเจน
Take an Interview4 ข้อ45 วินาที ต่อข้อความคล่องแคล่ว ความเชื่อมโยง ไวยากรณ์ คำศัพท์ตอบชัดเจน มีโครงสร้าง รายละเอียดเหมาะสม และจังหวะเป็นธรรมชาติ

Listen and Repeat

ในส่วน Speaking ของ TOEFL 2026 ข้อสอบประเภท Listen and Repeat จะให้คุณฟังประโยคภาษาอังกฤษทีละประโยค รวม 7 ประโยค เมื่อฟังจบ ระบบจะเปิดช่วงเวลาให้คุณพูดซ้ำประโยคนั้นให้ถูกต้องที่สุดก่อนหมดเวลา

ช่วงเวลาตอบจะแตกต่างกันตามความยาวของประโยค ได้แก่ ประโยคที่ 1–2 ใช้เวลา 8 วินาที ประโยคที่ 3–5 ใช้เวลา 10 วินาที และประโยคที่ 6–7 ใช้เวลา 12 วินาที ผู้ตรวจจะประเมินความถูกต้องของคำที่พูดซ้ำ ความชัดเจนของการออกเสียง รวมถึงจังหวะและเสียงสูงต่ำที่เป็นธรรมชาติ

ข้อที่เวลาตอบความซับซ้อนของประโยค
1–28 วินาทีประโยคสั้น
3–510 วินาทีประโยคความยาวปานกลาง
6–712 วินาทีประโยคยาวและซับซ้อนมากขึ้น

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อสอบประเภทนี้ รวมถึงสิ่งที่ผู้ตรวจประเมินและวิธีฝึกซ้อมที่ได้ผล ได้ในคู่มือ TOEFL Listen and Repeat คู่มือ TOEFL Listen and Repeat.

Take an Interview

ในส่วน Speaking ของ TOEFL 2026 ข้อสอบประเภท Take an Interview จะให้คุณฟังคำถาม 4 ข้อและตอบภายใน 45 วินาทีต่อข้อ คำถามจะยากขึ้นตามลำดับ ข้อแรกๆ มักเป็นคำถามส่วนตัวหรือข้อเท็จจริง เช่น การบอกความชอบหรือเล่าประสบการณ์ ส่วนข้อหลังอาจต้องการคำตอบที่ลึกขึ้น พร้อมเหตุผลหรือตัวอย่างประกอบ

ต่างจาก Listen and Repeat ข้อสอบ Interview วัดว่าคุณสื่อสารความคิดได้ดีเพียงใดในสถานการณ์จริง ผู้ตรวจจะพิจารณาความคล่องแคล่ว ความเชื่อมโยงของเนื้อหา ความหลากหลายของไวยากรณ์ และการใช้คำศัพท์ ควบคู่กับการออกเสียง คุณไม่จำเป็นต้องพูดได้สมบูรณ์แบบ แต่คำตอบต้องชัดเจนพอที่ผู้ฟังจะติดตามได้โดยไม่ยาก

ดูคำแนะนำการเตรียมสอบอย่างละเอียด ตัวอย่างคำถาม และเกณฑ์การให้คะแนนได้ในคู่มือ TOEFL Speaking Interview คู่มือ TOEFL Speaking Interview.

การให้คะแนน TOEFL Speaking 2026

ในส่วน Speaking ของ TOEFL 2026 แต่ละประเภทข้อสอบมีเกณฑ์การให้คะแนนที่สอดคล้องกับลักษณะการพูดที่วัด

เกณฑ์คะแนน Listen and Repeat

  • ความถูกต้องของคำที่พูดซ้ำ
  • ความชัดเจนและความเข้าใจได้ของเสียง
  • จังหวะ การเน้นเสียง และเสียงสูงต่ำ
  • ความสมบูรณ์ของประโยคที่พูดซ้ำ

เกณฑ์คะแนน Take an Interview

  • ความคล่องแคล่วและจังหวะการพูดที่เป็นธรรมชาติ
  • ความเชื่อมโยงและโครงสร้างของเนื้อหา
  • ความหลากหลายและความถูกต้องของไวยากรณ์
  • ความหลากหลายและความเหมาะสมของคำศัพท์
  • การออกเสียงและความชัดเจน

ดูรายละเอียดเกณฑ์การให้คะแนนและสิ่งที่แยกแยะระดับคะแนนแต่ละระดับได้ในคู่มือเกณฑ์คะแนน TOEFL Speaking คู่มือเกณฑ์คะแนน TOEFL Speaking.

คำตอบแบบไหนที่ได้คะแนนสูง

คำตอบที่ได้คะแนนสูงใน TOEFL Speaking มีคุณลักษณะร่วมกันทั้งสองประเภทข้อสอบ ดังนี้

ซ้ำประโยคได้ถูกต้อง

สำหรับ Listen and Repeat ต้องพูดซ้ำทุกคำตามที่ได้ยิน ห้ามเปลี่ยนคำหรือข้ามคำ เพราะความถูกต้องคือเกณฑ์หลัก

ความชัดเจนของเสียง

การพูดต้องชัดเจนพอที่ผู้ฟังเข้าใจได้โดยไม่ต้องพยายามมาก ใช้ได้กับทั้งสองประเภทข้อสอบ

จังหวะการพูดเป็นธรรมชาติ

พูดในอัตราที่สม่ำเสมอและเป็นธรรมชาติ พูดเร็วเกินไปทำให้ฟังไม่ชัด ส่วนพูดช้าเกินไปอาจบ่งบอกว่าขาดความคล่องแคล่ว

การขยายความอย่างมีโครงสร้าง

สำหรับ Interview ควรตอบให้ชัดเจนก่อนแล้วตามด้วยเหตุผลหรือตัวอย่าง หลีกเลี่ยงการพูดวกไปวนมา

จังหวะและเสียงสูงต่ำ

การเน้นเสียงและเสียงสูงต่ำที่เป็นธรรมชาติช่วยให้ผู้ตรวจติดตามคำพูดได้ง่ายและแสดงถึงความสามารถทางภาษา

ไวยากรณ์และคำศัพท์ที่ดี

ใช้ประโยคที่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์และคำศัพท์ที่หลากหลาย ข้อผิดพลาดที่ทำให้ความหมายไม่ชัดเจนจะลดคะแนนในส่วน Interview

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยใน TOEFL Speaking 2026

อธิบายความแทนการพูดซ้ำใน Listen and Repeat

ข้อสอบต้องการให้พูดซ้ำประโยคที่ได้ยินทุกคำ การเปลี่ยนคำพ้องความหมายหรือเรียบเรียงใหม่จะลดคะแนนความถูกต้อง

เริ่มพูดช้าเกินไปหลังเสียงสัญญาณ

ช่วงเวลาตอบสั้นมาก ควรเริ่มพูดภายในหนึ่งวินาทีหลังเปิดช่วงตอบ โดยเฉพาะข้อที่ใช้เวลาเพียง 8 วินาที เพื่อไม่ให้หมดเวลาก่อน

ตอบเพียงประโยคเดียวใน Interview

ช่วงเวลา 45 วินาทีต้องการคำตอบที่พัฒนาแล้ว หลังจากตอบตรงๆ แล้ว ควรเพิ่มเหตุผล ตัวอย่าง หรือการขยายความสั้นๆ เพื่อแสดงความคล่องแคล่วและความเชื่อมโยง

พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่มีการเน้นเสียง

จังหวะภาษาอังกฤษขึ้นอยู่กับการเน้นคำและเสียงสูงต่ำในระดับประโยค การพูดด้วยน้ำเสียงเดียวทำให้ฟังไม่ชัดและแสดงถึงข้อจำกัดในการควบคุมจังหวะ

ท่องจำสคริปต์สำเร็จรูปสำหรับ Interview

คำตอบที่ท่องมาฟังดูไม่เป็นธรรมชาติและมักไม่ตรงกับคำถามที่ถาม ควรพัฒนาทักษะการพูดที่ยืดหยุ่นแทนการจำสคริปต์

ละเลยการฝึกออกเสียงก่อนวันสอบ

ทั้งสองประเภทข้อสอบวัดความชัดเจนของการสื่อสาร การฝึก shadowing และบันทึกเสียงตัวเองสม่ำเสมอเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ใช่แค่ทางเลือก

วิธีฝึก TOEFL Speaking อย่างมีประสิทธิภาพ

การเตรียมสอบ TOEFL Speaking ที่ได้ผลต้องฝึกลงมือทำ ไม่ใช่แค่อ่านเนื้อหา ต่อไปนี้คือวิธีฝึกที่ให้ผลสูงสุดสำหรับทั้งสองประเภทข้อสอบ

1

ฝึกซ้ำประโยคโดยจับเวลา

บันทึกประโยคแล้วฝึกพูดซ้ำภายใน 8, 10 และ 12 วินาที วิธีนี้ฝึกความจำระยะสั้นและความเร็วในการตอบสนองสำหรับ Listen and Repeat

2

การฝึก Shadowing

ฟังเสียงเจ้าของภาษา เช่น พอดแคสต์ ข่าว หรือตัวอย่างเสียง TOEFL แล้วพูดตามทันทีพร้อมเลียนแบบจังหวะและเสียงสูงต่ำ Shadowing เป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการพัฒนารูปแบบการพูดที่เป็นธรรมชาติ

3

บันทึกเสียงตัวเองแล้วฟังทบทวน

บันทึกคำตอบของตัวเองแล้วฟังกลับอย่างวิเคราะห์ เปรียบเทียบความชัดเจน จังหวะ และความถูกต้องกับสิ่งที่ตั้งใจพูด วิธีนี้สร้างการรับรู้ตัวเองที่การฝึกเงียบๆ ให้ไม่ได้

4

วางโครงสร้างคำตอบสำหรับ Interview

ฝึกจัดโครงสร้างคำตอบสั้นๆ ได้แก่ คำตอบตรงๆ เหตุผลหนึ่งหรือสองข้อ และตัวอย่างสั้นๆ เนื่องจากไม่มีเวลาเตรียมก่อนตอบแต่ละข้อ เป้าหมายคือการจัดระบบความคิดแบบเรียลไทม์ได้อย่างคล่องแคล่ว

5

ทำข้อสอบจำลองเต็มรูปแบบ

ทำข้อสอบ Speaking จำลองครบทุกข้อภายใต้เงื่อนไขเวลาจริง วิธีนี้สร้างความอดทน ลดความกังวลในวันสอบจริง และเปิดโอกาสให้คุณเจอรูปแบบคำถามครบทุกประเภทก่อนสอบ

ฝึก TOEFL Speaking ด้วยข้อสอบจำลองจริง

LingoLeap มีข้อสอบ Speaking ที่ตรงตามรูปแบบจริง ครอบคลุมทั้ง Listen and Repeat และ Take an Interview พร้อมเวลาที่ตรงกับการสอบ TOEFL 2026

เริ่มฝึก TOEFL Speaking ฟรี

คำถามที่พบบ่อย

TOEFL Speaking 2026 มีกี่ข้อ?
ส่วน Speaking ของ TOEFL 2026 มีข้อสอบที่นับคะแนนทั้งหมด 11 ข้อ แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ Listen and Repeat 7 ข้อ และ Take an Interview 4 ข้อ
ส่วน Speaking ของ TOEFL ใช้เวลานานแค่ไหน?
ส่วน Speaking ของ TOEFL 2026 ใช้เวลาประมาณ 8 นาที ประกอบด้วยข้อสอบ Listen and Repeat 7 ข้อ ที่มีช่วงเวลาตอบ 8, 10 หรือ 12 วินาทีตามความยาวประโยค และข้อสอบ Take an Interview 4 ข้อ ที่มีเวลาตอบ 45 วินาทีต่อข้อ
Listen and Repeat คืออะไร?
Listen and Repeat เป็นหนึ่งในสองประเภทข้อสอบ Speaking ใน TOEFL 2026 คุณจะได้ยินประโยคหนึ่งแล้วต้องพูดซ้ำให้ถูกต้องที่สุดภายในเวลาที่กำหนด มีทั้งหมด 7 ข้อ โดยข้อ 1–2 มีเวลา 8 วินาที ข้อ 3–5 มีเวลา 10 วินาที และข้อ 6–7 มีเวลา 12 วินาที ข้อสอบนี้วัดความถูกต้องในการออกเสียงและความชัดเจน
Take an Interview คืออะไร?
Take an Interview เป็นประเภทข้อสอบ Speaking ที่สองใน TOEFL 2026 คุณจะต้องตอบคำถามพูด 4 ข้อ ภายใน 45 วินาทีต่อข้อ คำถามแรกๆ เป็นเรื่องส่วนตัวและข้อเท็จจริง ส่วนข้อหลังอาจต้องการคำตอบที่พัฒนามากขึ้น ข้อสอบนี้วัดความสามารถในการพูดอย่างคล่องแคล่ว มีความเชื่อมโยง และใช้ไวยากรณ์กับคำศัพท์ได้เหมาะสม
TOEFL Speaking ปรับระดับตามผู้สอบหรือไม่?
ไม่ ส่วน Speaking ของ TOEFL เป็นแบบเรียงลำดับตายตัว ไม่ปรับระดับ ผู้สอบทุกคนได้รับรูปแบบข้อสอบเหมือนกันและระดับความยากไม่เปลี่ยนตามคำตอบก่อนหน้า ซึ่งต่างจากส่วน Reading และ Listening ที่ใช้โครงสร้างปรับระดับแบบหลายขั้นตอน
ฝึก TOEFL Speaking ได้อย่างไร?
การฝึก TOEFL Speaking ที่มีประสิทธิภาพได้แก่ การฝึกซ้ำประโยคโดยจับเวลาสำหรับ Listen and Repeat การฝึก shadowing เสียงเจ้าของภาษา การบันทึกเสียงตัวเองและฟังทบทวนความชัดเจน การฝึกจัดโครงสร้างคำตอบสำหรับ Interview และการทำข้อสอบจำลองเต็มรูปแบบภายใต้เงื่อนไขจริง LingoLeap มีข้อสอบ Speaking จำลองที่ตรงตามรูปแบบจริงที่ app.lingoleap.ai/toefl/speaking

คู่มือ TOEFL Speaking ที่เกี่ยวข้อง